← กลับไปบทความทั้งหมด

หมดไฟ วิธีแก้ไม่ต้องใหญ่ เริ่มดูแลใจจากจุดเล็กๆ ก่อน

หมดไฟ วิธีแก้ไม่จำเป็นต้องเป็นการลาออกหรือเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด ลองเริ่มจากการถามใจตัวเองวันละครั้ง แล้วค่อยๆ ดูว่ามันพาไปทางไหน

ตอนที่หมดไฟ คำแนะนำส่วนใหญ่ที่เจอมักใหญ่เกินตัว ให้ออกกำลังกาย นอนให้พอ วางแผนเวลาใหม่ ไปเที่ยวพักใจ คุยกับหัวหน้า ทุกข้อฟังดูมีเหตุผล แต่สำหรับคนที่แค่ลุกจากเตียงยังต้องรวบรวมแรง อ่านแล้วยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้สักอย่าง ถ้าคุณพิมพ์ค้นว่า หมดไฟ วิธีแก้ แล้วเจอแต่ลิสต์ยาวๆ แบบนั้น บทความนี้อยากชวนเริ่มจากอะไรที่เล็กกว่ามาก

หมดไฟหน้าตาเป็นยังไง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ใส่ภาวะหมดไฟไว้ในบัญชีจำแนกโรคฉบับที่ 11 เมื่อปี 2019 แต่ระบุชัดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากงาน ไม่ใช่โรค ลักษณะที่ WHO อธิบายไว้คือรู้สึกหมดพลัง รู้สึกห่างเหินหรือเย็นชากับงาน และรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ผลน้อยลง

ถ้าถามคนที่เป็น burnout อาการที่เขาเล่ามักฟังดูธรรมดากว่านั้นเยอะ เปิดคอมแล้วนั่งจ้องจออยู่สิบนาทีโดยไม่ได้พิมพ์อะไร ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากกลุ่ม LINE งานแล้วท้องเกร็ง วันหยุดทั้งวันหมดไปกับการนอน แต่ตื่นมาก็ยังเหนื่อย เป็นความเหนื่อยใจแบบที่นอนเท่าไรก็ไม่หาย

ใครอ่านแล้วรู้สึกว่าตรงกับตัวเอง อยากบอกก่อนว่านี่ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอหรือรักงานไม่พอ มันแปลว่าคุณแบกอะไรมานานเกินกว่าที่ใจจะพักทัน

ทำไมเริ่มจากเรื่องใหญ่มักไปไม่ถึง

ตอนหมดไฟ แรงที่เหลืออยู่มีจำกัดมาก การตั้งเป้าว่า "จะเปลี่ยนตัวเองให้ได้" ต้องใช้แรงก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรก พอทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจ มันก็กลายเป็นอีกเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง แล้ววนกลับมาที่เดิม

ทางที่ใจดีกว่าคือหาอะไรที่เล็กจนแทบไม่ต้องใช้แรง เล็กขนาดที่วันที่แย่ที่สุดก็ยังทำได้ และถ้าวันไหนไม่ได้ทำ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย

หมดไฟ วิธีแก้ที่เล็กที่สุดที่ลองได้วันนี้

จุดเล็กที่อยากชวนลอง คือถามตัวเองวันละครั้งว่า "วันนี้ใจเป็นยังไง" แล้วตอบสั้นๆ ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องหาทางแก้ แค่บอกว่าดี เฉยๆ หรือแย่ ถ้ามีแรงเหลือ ค่อยเติมอีกคำว่ารู้สึกอะไร อย่างหงุดหงิด ท้อ หรือโล่ง

ฟังดูน้อยเกินไปใช่ไหม แต่มันทำงานสองอย่าง อย่างแรก มันเป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่เราหันกลับมามองตัวเอง แทนที่จะมองแต่งานกับคนอื่น สำหรับคนที่หมดไฟ แค่นี้ก็นับเป็นการดูแลใจตัวเองแล้ว อย่างที่สอง พอทำไปสักสองสามสัปดาห์ เราจะเริ่มเห็นรูปแบบ วันจันทร์หนักกว่าวันอื่นไหม หลังประชุมบางเรื่องใจดิ่งทุกครั้งหรือเปล่า วันที่ได้ออกไปเดินเล่นตอนเย็นรู้สึกต่างไปไหม

สิ่งที่เห็นจากตรงนั้น คือหมดไฟ วิธีแก้ในแบบของคุณเอง ไม่ใช่ลิสต์สำเร็จรูปจากที่ไหน คุณอาจพบว่าสิ่งที่ต้องขยับจริงๆ คือการตอบข้อความงานหลังสองทุ่ม หรือการที่ไม่เคยได้กินข้าวเที่ยงให้เสร็จโดยไม่มีใครมาเรียก คำตอบเล็กๆ แบบนี้จับต้องได้กว่าคำว่า "ต้องบาลานซ์ชีวิต" อีกเยอะ

วันไหนลืมถามก็ไม่เป็นไร วันไหนตอบว่า "ไม่รู้" ก็ถือว่าตอบแล้ว เป้าหมายไม่ใช่การทำให้ครบทุกวัน แต่คือการมีที่ให้ใจได้พูดบ้าง แม้จะพูดได้แค่คำเดียว

ใน Orbit การบันทึกความรู้สึกใช้ประมาณ 4 แตะ เลือกอารมณ์ของวัน แล้วเลือกความรู้สึกได้สูงสุด 3 คำ จะเขียนต่อหรือไม่ก็ได้ แต่โน้ตในมือถือหรือสมุดเล่มเล็กก็ใช้ได้เหมือนกัน เครื่องมือไม่สำคัญเท่าการได้ถามตัวเองสักครั้ง

ถ้าความเหนื่อยลากยาวเป็นเดือน เริ่มกินไม่ได้นอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ต่อ ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวนะ คุยกับคนที่ไว้ใจ หรือโทรหาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี 24 ชม.

← กลับไปบทความทั้งหมด