เปิดสมุดหรือแอปขึ้นมาด้วยความตั้งใจดี แล้วก็นั่งมองหน้าว่างอยู่นานจนปิดไป เรื่องนี้เกิดกับคนเขียนบันทึกแทบทุกคน การที่ไม่รู้จะเขียนอะไรในบันทึกไม่ได้แปลว่าชีวิตไม่มีอะไร ส่วนใหญ่แปลว่ามีหลายอย่างเกินไปจนไม่รู้จะหยิบอันไหนก่อน หรือเรากำลังรอประโยคแรกที่ดีพอ ซึ่งมันไม่เคยมาสักที
คนที่สงสัยว่าเริ่มเขียนไดอารี่ยังไง มักติดอยู่ที่ความรู้สึกว่าบันทึกต้องมีเนื้อหา มีเรื่องเล่า มีบทเรียนตอนท้าย แต่บันทึกที่ไม่มีใครอ่านนอกจากเรา ไม่ต้องผ่านมาตรฐานของใคร ประโยคว่า "วันนี้ฝนตก รถติดบนสะพานชั่วโมงกว่า" ก็เป็นบันทึกได้ทั้งหน้า
James Pennebaker นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ศึกษาเรื่องการเขียนระบายความรู้สึกมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ใช้วิธีที่ง่ายมากในการทดลองของเขา คือให้คนเขียนถึงความคิดและความรู้สึกลึกๆ ของตัวเองวันละ 15 ถึง 20 นาที ติดกันไม่กี่วัน โดยไม่ต้องสนใจการสะกดหรือไวยากรณ์ งานของเขาและงานที่ตามมาอีกหลายชิ้นพบว่าการเขียนแบบนี้ช่วยบางคนได้ แม้ผลจะต่างกันไปในแต่ละคน จุดที่น่าสนใจคือเงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่เขียนสวย แต่อยู่ที่ได้เขียนออกมาตรงๆ
ถ้ายังไม่รู้จะเขียนอะไรในบันทึก ลองยืมคำถามสักข้อมาเป็นตัวตั้ง เช่น "ตอนนี้ร่างกายรู้สึกยังไง ตึงตรงไหนบ้าง" คำถามนี้ดีตรงที่ตอบได้เสมอ แม้ในวันที่ใจว่างเปล่า บ่าที่ยกค้างไว้หรือกรามที่กัดแน่นอยู่ บางทีก็เล่าเรื่องของวันนั้นได้ดีกว่าคำพูด
อีกคำถามที่ใช้ได้บ่อยคือ "วันนี้มีตอนไหนที่ใจพองขึ้น หรือหล่นวูบลงบ้าง" ไม่ต้องเล่าทั้งวัน แค่หยิบช่วงเดียวที่ยังค้างอยู่ในใจ แล้วเขียนว่าเกิดอะไรขึ้นและรู้สึกยังไง ช่วงเดียวนั้นมักพาไปหาเรื่องอื่นต่อเอง
ถ้าวันไหนความรู้สึกยังฟุ้งเกินจะจับได้ ลองเริ่มจากสิ่งที่เห็นตรงหน้าแทน แก้วกาแฟที่เย็นไปแล้ว เสียงแอร์ที่ดังกว่าปกติ เขียนไปสักสองสามบรรทัด บางทีความรู้สึกจะค่อยๆ ตามมา เพราะมือเริ่มขยับแล้ว
หรือจะเริ่มด้วยการเติมประโยคที่ค้างไว้ก็ได้ อย่าง "สิ่งที่ยังไม่ได้บอกใครคือ..." หรือ "ถ้าวันนี้มีสีเดียว มันคือสี..." ประโยคแบบนี้ช่วยข้ามช่วงที่ยากที่สุด คือช่วงก่อนเขียนคำแรก
บางวันต่อให้มีคำถามดีแค่ไหนก็ยังไม่อยากเขียน วันที่ไม่รู้จะเขียนอะไรในบันทึกจริงๆ แบบนั้น จะเขียนแค่คำเดียวว่า "เหนื่อย" แล้วปิดไปก็ได้ มันยังเป็นร่องรอยว่าวันนั้นเราผ่านมาแบบไหน และพอกลับมาอ่านในอีกหลายเดือน คำเดียวนั้นอาจเล่าอะไรได้มากกว่าที่คิด
การเขียนบันทึกไม่ได้วัดกันที่ความยาว หน้าที่ของมันคือเป็นที่ให้ความคิดได้วางลง ถ้าวันนี้วางได้หนึ่งประโยค ก็คือวางได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ หรือไม่เขียนเลยสักสองสามวันก็ไม่ได้ทำให้สิ่งที่เคยเขียนไว้หายไปไหน
ถ้าอยากมีตัวช่วย ตอนเขียนบันทึกใน Orbit จะมีเทมเพลตกับคำถามชวนคิดให้หยิบมาใช้ มีปุ่ม Sunny ช่วยคิด ไว้กดเวลาอยากได้จุดเริ่มสักหน่อย และมีการ์ดทบทวนใจในหน้ากิจกรรมสำหรับวันที่อยากได้คำถามใหม่ๆ แต่ถ้าชอบสมุดกับปากกามากกว่า คำถามทั้งหมดในบทความนี้ก็ใช้กับกระดาษได้เหมือนกัน